Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงกวางเชิงเศรษฐกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงกวางเชิงเศรษฐกิจ แสดงบทความทั้งหมด

ผลผลิตจากกวาง

การเลี้ยงกวาง: สัตว์เศรษฐกิจ

ผลผลิตจากกวาง
การเลี้ยงกวางในเชิงธุรกิจ หรือในด้านเศรษฐกิจ โดยจุดประสงค์หลักแล้ว ก็เพื่อการจำหน่ายพันธุ์กวางและเนื้อกวางเป็นหลัก ส่วนเขากวางอ่อน หนังกวาง และอวัยวะอื่น ๆ จะเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น โดยรายได้หลักจะมาจากการจำหน่ายพันธุ์กวาง เนื่องจากกวางเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีความสมบูรณ์พันธุ์ค่อนข้างสูง โดยแม่กวาง 1 ตัว จะให้ลูกกวาง 1 ตัวต่อปี ทำให้ขยายพันธุ์ได้เร็ว

ผลผลิตเนื้อกวาง
เนื่องจากการเลี้ยงกวาง จะใช้พ่อพันธุ์คุมฝูงจำนวนไม่มาก กวางตัวผู้ที่เหลืออาจจะนำเข้าขุนเพื่อจำหน่ายเนื้อแทน ซึ่งเนื้อกวางเป็นที่ยอมรับว่า เป็นเนื้อที่มีคุณภาพมีไขมันค่อนข้างต่ำ และมีไขมันอิ่มตัวอยู่น้อยมาก เนื้อกวางจะมีสีแดงคล้ำกว่าเนื้อชนิดอื่น เนื่องจากมีธาตุเหล็กสูง เส้นใยกล้ามเนื้อมีความละเอียด เนื้อจึงมีความนุ่ม อร่อย

ผลผลิตเขากวางอ่อน 
ในเขากวางอ่อนจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่จำนวนมาก มีการใช้เขากวางอ่อนเป็นยาสมุนไพรเพื่อบำรุงสุขภาพ เพราะเขากวางอ่อนพบว่า มีสารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้
1. ในเขากวางอ่อนจะมีกรดอะมิโนที่จำเป็น  8 ชนิด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีนในร่างกาย
2. ในเขากวางอ่อนจะมีกรดไขมันที่จำเป็น ที่ช่วยลดคลอเลสเตอรอลในร่างกายได้   
3. ในเขากวางอ่อนจะมี Glanglioside Lecithin Phospholipid  ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านความจำและการเรียนรู้
4. Prostaglandins ช่วยให้กระบวนการเมตาบอลิซึมของไขมันเป็นไปอย่างปกติ และช่วยยับยั้งการอักเสบของเนื้อเยื่อได้   
5. ฮอร์โมน  Insulin like growth factor 1 ช่วยยับยั้งเนื้องอก และยับยั้งอิทธิพลของเชื้อไวรัส ช่วยชะลอความแก่ และเพิ่มคุณภาพน้ำเชื้อของกระต่าย นอกจากนั้นยังช่วยในการเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นต้น

ผลผลิตหนังกวาง
หนังกวางเมื่อทำการฟอกแล้ว จะได้หนังที่มีความนิ่ม สวยงาม และทนทานเป็นพิเศษ

** แต่ท้ายที่สุดแล้ว ถึงเขากวางอ่อนจะมีประโยชน์มากเพียงใด หากเลี่ยงที่จะบริโภคได้เป็นดีที่สุดครับ เพราะการบริโภคเพียง 1 คำ หรือการใส่เสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์ 1  ผืนเท่ากับการสละชีวิตสัตว์ 1 ตัว **



ดูแลสุขภาพ และโรงเรือนกวาง

จัดการทางด้านสุขภาพ และโรงเรือนกวางอย่างถูกวิธี

การเลี้ยงกวาง: สัตว์เศรษฐกิจ
ในการเลี้ยงกวางเพื่อการค้า หรือเพื่อส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ มีข้อจำกัดและมีการเลี้ยงหลัก ๆ อยู่ 2 แบบคือ
1. การเลี้ยงแบบขังคอก (คอกปิด) โดยจะหาอาหารหยาบให้กินในคอก แต่การเลี้ยงแบบนี้จะใช้พื้นที่ไม่มากนัก เหตุผลก็เพราะว่ารั้วที่ใช้กั้นคอกกวางมีราคาค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้รั้ว Tight Lock อย่างเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อลดการบาดเจ็บจากการกระโดดชนรั้วของกวาง ซึ่งอาจใช้พื้นที่เพียงแค่ 50-100 ตารางเมตรต่อกวาง 1 ตัวเท่านั้น
2. การเลี้ยงแบบปล่อย (คอกเปิด) การเลี้ยงแบบนี้ต้องมีการลงทุนสูงในการทำรั้วกั้นคอก เนื่องจากกวาง 1 ฝูงสมควรจะมีแปลงหมุนเวียน โดยคำนวณจากอัตราส่วนการปล่อยกวางรูซ่าลงสู่แปลงหญ้า ซึ่งแปลงหญ้าที่มีคุณภาพดี จะใช้พื้นที่ประมาณ  2-3 ตัว/ไร่

โรงเรือนกวางที่ดี
1. พื้นโรงเรือนที่เหมาะสมควรเป็นที่สูง หรือที่ดอน 
2. ต้องมีเพิงกันแดด กันฝนให้กับกวางด้วย โดยเฉพาะลูกกวางที่เกิดใหม่ อาจนำตอไม้เก่าหรือยางรถยนต์เก่าใส่ไว้ในคอก เพื่อเป็นสถานที่ให้ลูกกวางได้หลบซ่อนบ้าง
3. ควรปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อเป็นร่มเงาในคอก และในกรณีที่มีการเลี้ยงกวางจำนวนมาก ควรมีคอกคัดกวาง เพื่อจัดการกวางเช่น การตัดเขา การฉีดยาเพื่อทำการรักษาสุขภาพกวางเป็นต้น

ดูแลสุขภาพกวางอย่างถูกวิธี
1. ต้องมีแหล่งน้ำสะอาดไว้สำหรับกวาง
2. หมั่นรักษาความสะอาดในโรงเรือน รางน้ำ รางอาหาร เป็นประจำ

3. ควรมีการถ่ายพยาธิกวางอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 6 เดือน

จัดการฟาร์ม + อาหารกวางอย่างถูกต้อง

ฟาร์มกวางและอาหารที่มีคุณภาพ
การเลี้ยงกวาง: สัตว์เศรษฐกิจ

สัตว์เศรษฐกิจ
ในการจัดการฟาร์มกวาง อันดับแรกต้องจำกัดอัตราส่วนของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กวางให้เป็นระบบ ดังนี้
อัตราส่วนพ่อพันธุ์ต่อแม่พันธุ์ คือ 1 / 20 -25 หรือในคอกกวาง 1 คอก ให้มีพ่อพันธุ์กวางจำนวน 1 ตัว และแม่พันธุ์กวางจำนน 20 – 25 ตัว กวางรูซ่าเพศเมียมีระยะอุ้มท้องประมาณ 240 - 252 วัน และมีระยะหย่านมประมาณ 6 เดือน น้ำหนักแรกเกิดของลูกกวาง หากเป็นกวางเพศผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 5 - 5.5 กก. หากเป็นกวางเพศเมียจะมีน้ำหนักประมาณ  4.5-5  กก. น้ำหนักลูกกวางที่หย่านมจนถึง 6 เดือนเพศผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 30 กก. ส่วนเพศเมียจะมีน้ำหนักประมาณ 28  กก.

อาหารสำหรับการเลี้ยงกวาง

อาหารหลักสำหรับกวางคือหญ้าหรือกิ่งไม้ใบไม้ต่าง ๆ  โดยกวางที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 50 - 60 กก. จะกินหญ้าสดคิดเป็นน้ำหนักแห้งประมาณ 2-2.5 % ของน้ำหนักตัว และควรให้อาหารข้นเสริมประมาณ 1-1.5 % ของน้ำหนักตัว (ใช้อาหารข้นโคนม หรือนมแพะ ที่มีโปรตีน 16-18 %) และที่สำคัญ ในการเลี้ยงกวางเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจ หรือการค้า ควรมีการเสริมแร่ธาตุก้อนให้กับกวางด้วย 

กวางลูกผสมแซมบ้า-รูซ่า และเนื้อทราย

กวางลูกผสมแซมบ้า-รูซ่า: สัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจที่น่าสนใจ

สัตว์เศรษฐกิจ
กวางลูกผสมแซมบ้า – รูซ่า เป็นกวางที่มีลำตัวมีขนาดใหญ่กว่ากวางรูซ่าประมาณ 25-30 %  ลักษณะลำตัวมีสีน้ำตาลไหม้ – น้ำตาลดำ ส่วนบั้นท้ายของกวางบางตัวจะมีสีน้ำตาลแดง กวางลูกผสมสายพันธุ์นี้ มีลักษณะคล้ายกวางแซมบ้ามากกว่ากวางรูซ่า คือไม่ค่อยตื่นตระหนกหรืออกระโดดเท่าไรนัก เนื่องจากลำตัวมีขนาดใหญ่ อีกทั้งเป็นกวางลูกผสม จึงทำให้มีน้ำหนักและอัตราการเจริญเติบโตค่อนข้างสูง ตัวใหญ่เหมาะในการเลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจเพื่อการขุนเนื้อ กวางลูกผสมสายพันธุ์นี้ จะลดอาการตื่นตกใจและการกระโดดลงได้มาก ทำให้ลดต้นทุนในการทำรั้วกั้นคอกที่มีราคาค่อนข้างสูง และในการจับกวางจะต้องระมัดระวังขาหลังของกวางเป็นพิเศษ เพราะกวางจะมีความว่องไว อาจเกิดการบาดเจ็บได้ กวางสายพันธุ์นี้ มีอัตราการผสมติดและให้ลูกยังไม่สูงมากนัก ประมาณ 60-70 % แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ต่อไป

เนื้อทราย  (Cervus porcinus)

เนื้อทราย: สัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ

สัตว์เศรษฐกิจ
ลักษณะโดยทั่วไปของเนื้อทราย  เนื้อทรายจัดว่าเป็นกวางขนาดเล็กตัวเตี้ย สีน้ำตาลเหลือง - น้ำตาลปนเทา โดยเนื้อทรายบางตัวที่ส่วนหลังจะมีจุดขาว เพศผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 45 – 50 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียจะมีน้ำหนักประมาณ 30  กิโลกรัม ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ชอบหากินในเวลาเย็นจนถึงยามค่ำมีความปราดเปรียว ความว่องไว และมีระยะเวลาตั้งท้องค่อนข้างเร็ว คือประมาณ 6 - 7 เดือน ทำให้มีการขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยขนาดของลำตัวที่เล็กกะทัดรัดจึงใช้อาหารในการเลี้ยงจำนวนน้อย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านอาหาร และแรงงานผู้ที่ดูแลได้เป็นอย่างดี แต่เนื้อทรายก็มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ เนื่องจากมีความปราดเปรียว ว่องไว จึงทำให้จัดการค่อนข้างยาก และเมื่อเกิดความเครียดจากการไล่ต้อน กวางเพศผู้จะหันไปทำร้ายลูกกวางและกวางตัวอื่นทันที

กวางแซมบ้า และกวางแดง

กวางแซมบ้า : สัตว์เศรษฐกิจที่น่าจับตามอง

สัตว์เศรษฐกิจ
กวางแซมบ้า กวางไทย กวางม้า หรือ กวางป่า (Cervus unicolor) เป็นกวางที่มีขนาดใหญ่ ลำตัวสีน้ำตาลไหม้-น้ำตาลดำ  กวางเพศผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย  250 กก. ส่วนเพศเมียจะน้ำหนักเฉลี่ย  155  กก. กวางสายพันธุ์นี้ จะออกหากินในเวลาเย็น เมื่ออากาศร้อนจะชอบหลบนอนตามพุ่มไม้ ชอบอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ มีนิสัยไม่ค่อยตื่นตระหนกเท่าไรนัก กวางสายพันธุ์นี้จะไม่กระโดด เนื่องจากตัวมีขนาดใหญ่  ชอบกินใบไม้และชอบนอนแช่ปลัก แช่โคลนตมเช่นเดียวกับกระบือ กวางแซมบ้าเป็นกวางที่มีถิ่นกำเนิดในเขตประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เขมร ลาว พม่า จึงสามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพการเลี้ยงในฟาร์ม กวางสายพันธุ์นี้มีลำตัวขนาดใหญ่ ให้ผลผลิตทางด้านเนื้อ และเขากวางอ่อนมากกว่ากวางรูซ่ามากเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าจับตามอง มีราคาค่อนข้างสูง สามารถปรับพฤติกรรมการกินโดยขึ้นอยู่กับอาหารที่ให้ ได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีข้อเสียคือเนื่องจากกวางชนิดนี้ชอบอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ จึงต้องใช้เพศผู้จำนวนมากในการคุมฝูง โดยใช้อัตราส่วนเพศผู้ต่อเพศเมีย 1 : 7 - 8 ตัว ในปัจจุบันกวางไทยมีจำนวนน้อย ทำให้ราคาค่อนข้างสูง และยังหาซื้อได้ยากอีกด้วย

กวางแดง: สัตว์เศรษฐกิจ
กวางแดง  (Cervus elaphus) สัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ

สัตว์เศรษฐกิจ

กวางแดงมีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรป และเอเชียบางส่วน ลักษณะโดยทั่วไปจะมีขนสีน้ำตาลเกือบหมดทั้งตัว มีความสูงประมาณ  1.2 - 1.5  เมตร  น้ำหนักโดยรวม  95 - 300  กิโลกรัม มีนิสัยขอบอยู่รวมกันเป็นฝูง  แต่เฉพาะในฤดูผสมพันธุ์ กวางแดงก็จะแยกเป็นฝูงตัวผู้และฝูงตัวเมียคนละส่วนกัน กวางแดงชอบกินหญ้าและใบไม้ตามป่าโปร่ง  กวางแดงเพศเมียจะมีความสมบูรณ์พันธุ์เมื่ออาจุประมาณ  18 - 30  เดือน  มีรอบการเป็นสัด  18  วัน และจะตั้งท้องนาน  233  วัน  ให้ลูกครั้งละ  1  ตัว ข้อดีของกวางชนิดนี้ก็คือ จะเป็นกวางขนาดใหญ่  ให้ผลผลิตเขาอ่อน และให้ผลผลิตเนื้อที่สูงกว่ากวางสายพันธุ์อื่น แต่ก็มีข้อเสียคือ เนื่องจากเป็นกวางที่มีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรปจึงค่อนข้างมีปัญหาเรื่องสุขภาพเมื่อนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจในบ้านเรา  

กวางรูซ่า และกวางฟอลโล

กวางรูซ่า สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

การเลี้ยงกวาง สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรง
กวางรูซ่า : สัตว์เศรษฐกิจ
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) กำหนดให้กวางเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง อีกทั้งกรมป่าไม้ได้ออกกฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) ตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ให้กวางเป็นสัตว์ป่าชนิดที่สามารถขออนุญาตเลี้ยงและเพาะขยายพันธุ์ได้

กวางรูซ่า: (สัตว์เศรษฐกิจ)
การเลี้ยงกวาง สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังมาแรง
กวางรูซ่า (Cervus timorensis)

สัตว์เศรษฐกิจ
กวางรูซ่าเป็นกวางขนาดกลาง ลำตัวสีน้ำตาล - น้ำตาลไหม้ เพศผู้ที่โตเต็มที่จะสูงประมาณ 1.1-1.3 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 80-120 กก. ส่วนเพศเมียจะน้ำหนักประมาณ 50-60 กก. เป็นกวางที่ออกหากินในเวลาเย็นจนถึงยามค่ำ ชอบอยู่รวมฝูงใหญ่ เป็นกวางที่ค่อนข้างตื่นตกใจง่าย และกระโดดได้สูงมากประมาณ 1.5 -  2 เมตร            ข้อดีของกวางรูซ่าก็คือ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี มีอัตราการผสมติดค่อนข้างสูง คือประมาณ 90 %  สามารถผสมข้ามพันธุ์กับกวางป่า (กวางแซมบ้า) ได้และให้ลูกที่มีน้ำหนักตัวมากกว่ารูซ่าพันธุ์แท้เสียอีก กวางรูซ่าเพศผู้ 1 ตัว สามารถคุมฝูงเพศเมียได้ 25-30 ตัว ดังนั้นจึงลดต้นทุนในการเลี้ยงกวางเพศผู้จำนวนมาก แต่ก็มีข้อเสียเนื่องจากกวางรูซ่ามีนิสัยค่อนข้างตื่นตระหนก และกระโดดได้สูง ผู้ที่คิดเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจชนิดนี้ ต้องลงทุนใช้รั้วตาข่ายกั้นคอกที่มีความยืดหยุ่น และ มีความสูงประมาณ 2 เมตร ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง 

กวางฟอลโล: สัตว์เศรษฐกิจ
กวางฟอลโล (Dama dama) สัตว์เศรษฐกิจทางด้านท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

สัตว์เศรษฐกิจ
กวางฟอลโลมีถิ่นกำเนิดในยุโรป เมดิเตอร์เรเนียน และเอเชียไมเนอร์
ลักษณะโดยทั่วไปของกวางฟอลโลคือ ตัวผู้จะมีสีน้ำตาลจุดขาว สีเทาแกมเหลืองให้เห็นเด่นชัด  ส่วนหน้าหนาวจะมีสีน้ำตาลเทามีจุดน้อย และมีหางยาว ส่วนเขาจะแบนแผ่กว้างแตกแขนงมาก  มีความสูงประมาณ 1 เมตร น้ำหนัก 50 - 80 กิโลกรัม ชอบหากินในป่าโปร่ง  กวางฟอลโลจะมีนิสัยขี้ขลาดตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา ตัวเมียจะสมบูรณ์พันธุ์เต็มที่เมื่ออายุ  2  ปี  รอบการเป็นสัด  18.2  วัน  ตั้งท้องนาน  226 - 230  วัน  ให้ลูกครั้งละ  1  ตัว ข้อดีของกวางฟอลโลคือ จะเป็นกวางที่มีความสวยงามอยู่ในตัว ประกอบกับลำตัวที่มีขนาดเล็กทำให้จัดการดูแลง่าย เหมาะสำหรับเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงาม   ส่งเสริมทางด้านการท่องเที่ยว แต่ก็มีข้อเสียนั่นก็คือ กวางสายพันธุ์นี้จะผสมพันธุ์เป็นฤดู มีขนาดเล็กให้ผลผลิตน้อยไม่เหมาะสำหรับเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ (เพื่อการค้า) และเนื่องจากเป็นกวางที่มีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรป จึงค่อนข้างมีปัญหาเรื่องสุขภาพเมื่อเลี้ยงในเมืองไทยเรา